ที่ผ่านมาเราก็รู้กันแล้วนะครับว่ามีคนที่โดน Google เล่นงานจาก update ล่าสุด ซึ่งไม่ว่าคุณจะโดนเองหรือรู้จักกับใครก็ตามที่โดนเล่นงาน มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยล่ะครับในการกลับมาทำอันดับให้ดีและนั่นย่อมส่งผลต่อ การทำ SEO ของคุณต่อไปแน่นอนครับ

สัปดาห์นี้ Rand จาก SEOmoz ได้พูดถึงการเสื่อมลงของวิธีการสร้างลิงค์(link building)แบบเก่าๆ และการมาใหม่ของเรื่องเก่าๆอย่างการได้ลิงค์ (link earning) ซึ่งจะทำให้คุณติดอันดับในหน้าผลการค้นหาอยู่เรื่อยๆ และทำให้คุณได้ traffic มาพร้อมกับประสบการณ์ดีๆของผู้ใช้งานเว็บไซต์ครับ

“ สวัสดีครับชาว SEOmoz ยินดีต้อนรับสู่อีกตอนหนึ่งของรายการ Whiteboard Friday ครับ สัปดาห์นี้ผมมีเรื่องจะพูดนิดหน่อยครับ เกี่ยวกับอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับวงการเว็บ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ Google ได้พยายามจะไล่กวด spam และได้เปลี่ยน algorithm ของพวกเขาไปครับ”

คุณอาจจะสังเกตเห็นว่าปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ทีม Google webspam นั้นค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษครับ นับตั้งแต่การสนใจเรื่องของลิงค์ในช่วง Penguin update จนถึงตอนนี้ที่มี exact match domain update เราได้เห็นอัพเดทอื่นๆที่เกี่ยวกับลิงค์แต่ไม่ใช่เจ้า Penguin ซึ่งดูเหมือนจะเป็นลงโทษในลิงค์บางประเภทเท่านั้น เช่น การทำการตลาดผ่านบทความ ซึ่งเว็บรวมบทความทั้งหลายก็โดนเล่นงานครับ รวมไปถึงเว็บ directory ทั้งหลายด้วย เช่น directory เว็บทั่วไป, directory ที่ต้องมีการจ่ายเงิน รวมไปถึง directory ที่ออกแบบมาเพื่อ SEO โดยเฉพาะก็โดนเล่นงานในช่วงต้นปีนี้ครับ

และ เพราะว่าเรื่องเหล่านี้แหละครับ ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ Google พยายามจะสื่อคือให้ “หยุดสร้างลิงค์และหันมาได้ลิงค์แบบธรรมชาติกัน” เอาจริงๆแล้ว ผมรู้สึกเหมือนได้รับข้อความจาก Google มาเลยครับว่า “ถ้ามีลิงค์ที่มาจากการที่คุณไปท่องเว็บและได้รับมาในฐานะคนที่สร้างลิงค์ขึ้นมาแบบจงใจสร้างขึ้นมาง่ายๆเลย, Google ไม่ต้องการให้คุณมีลิงค์แบบนั้นหรือง่ายๆเลยคือ Google จะไม่นับลิงค์แบบนั้น และถ้านั่นเป็นทั้งหมดที่คุณกำลังทำอยู่, Google ก็อาจจะกำลังโทษคุณอยู่ผ่าน algorithm แบบ penguin นั่นเอง”

ทีนี้ผมอยากจะให้ลองย้อนมาดูเรื่องนี้กันหน่อยครับ มันเป็นการเกิดใหม่ของการได้รับลิงค์ครับ จำได้มั้ยครับ ในช่วงต้นที่มีเว็บเกิดขึ้นช่วงแรกๆ ในช่วงกลางๆ หรือปลายปี 90’s ก่อนที่ search engine จะโด่งดังและการสร้างลิงค์กลายเป็นส่วนหลักของ SEO ซึ่งคุณอาจจะนึกถึงช่วงปี 94 , 97 , 98 หรืออะไรทำนองนั้น ตอนนั้นมีแต่เรื่องราวเกี่ยวกับการได้รับลิงค์จากเว็บที่เกี่ยวข้องซึ่งจะนำ traffic มายังเว็บเรา นั่นเป็นสิ่งเดียวที่มีผลต่อเราครับ เพราะว่าตอนนั้นการ search จะนำมาสู่ผลการค้นหาที่ดีมีประโยชน์ แต่ในช่วงนั้น search engine ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ directory base หรืออาจใช้หลักการของ keyword เป็นส่วนใหญ่ครับ

ดังนั้นการได้รับ traffic จากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องนั้นก็จะเป็นการส่งต่อผู้คนผู้ซึ่งมีโอกาสที่จะทำ การซื้อขายหรือทำอะไรสักอย่างบนเว็บของผมอย่างที่ผมต้องการครับ ซึ่งนั่นเป็นเหมือนเกมที่เกิดขึ้นตอนนั้น หลังจากนั้นเมื่อมี Google ออกมา , ทาง Alta Vista และ search engine อื่นๆก็เริ่มหันมาใช้เรื่อง link มาเป็นตัวกำหนด จนกระทั่งตอนนี้ที่มีคำพูดประมาณว่า “โอ้! ผมอยากจะได้ลิงค์ที่มี PageRank สูงๆจังเลย ผมจะมองหาเว็บที่มีแถบ PageRank เขียวๆเต็มแถบ และเมื่อไรที่ผมเห็นมันใน Toolbar ผมรู้แค่ว่าผมจะต้องได้ลิงค์จากที่นั่นมายังเว็บผม แล้วผมก็จะสามารถทำอันดับได้อย่างง่ายดาย”

หลังจากนั้น Google ก็เริ่มฉลาดขึ้นแล้วครับ มันก็นำไปสู่ยุคของ anchor text ซึ่งเริ่มโผล่มาจริงๆช่วงราวปี 2000 ต้นๆ จนมาช่วงหลังๆที่ Google เริ่มละเอียดขึ้น หลายๆคนก็บอกว่า “เอาล่ะ, เราจะต้องได้รับลิงค์ที่มี authority ที่มี anchor text ที่มีความพอดี” ประมาณนั้นครับ จนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งจริงๆแล้วต้องบอกว่าเป็นช่วง 12 – 18 เดือนที่แล้ว หรือมาชัดเจนช่วง 9 เดือนที่แล้วหลังจากมี penguin update ครั้งแรก เราเริ่มเห็นการกลับมาของคำพูดเหล่านี้ครับ “ทุกคน, เราจะต้องได้รับลิงค์ดีๆจากการได้รับลิงค์จริงๆมากกว่าการสร้างมันขึ้นมา เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ลิงค์ที่สร้างมาทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็สามารถที่จะสร้างผลเสียให้แก่เราได้ ครับ อันตรายจริงๆ ”

เราจะลองมาดูกันเลยครับ เริ่มจากการสร้างลิงค์ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของเทคนิคการสร้างลิงค์แบบเก่าๆ ซึ่งอยู่คนละโลกกับการได้รับลิงค์ ซึ่งอันหลังนี้เราจะต้องพยายามได้รับลิงค์อย่างธรรมชาติมากกว่าการสร้าง ลิงค์ การซื้อลิงค์ การบีบบังคับให้ได้ลิงค์ การทิ้งลิงค์ไว้ หรือการกระทำใดๆก็ตามให้ได้มาซึ่งลิงค์ครับ

ลองจินตนาการถึงพวกการแลกลิงค์หรืออะไรเทือกนั้นนะครับ ซึ่งเราจะเจอได้บ่อยมากๆ โดยในความคิดของผมนะครับเราน่าจะทำในรูปแบบใหม่ที่อาจเรียกว่า cross promotion หรือในรูปการเป็นพันธมิตรกัน ผมจะยกตัวอย่างนะครับ เช่น การที่ SEOmoz เป็นพันธมิตรกับ Distilled ดังนั้นมันจึงมีลิงค์เชื่อมไปมาหาสู่กันมากมายที่ดูเป็นธรรมชาติ และดูไม่ใช่ลิงค์ที่หวังผลทาง SEO เพราะไม่มีใครใช้ andhor text และไม่มีใครใส่ลิงค์ไปยังหน้าใดหน้าหนึ่งโดยเฉพาะ มันเหมือนกับ เราจะต้องดูว่ามันเหมาะสมหรือไม่และเราจะทำลิงค์เชื่อมโยงกันอย่างถูกวิธี ได้อย่างไร ถ้าเราโปรโมท DistilledU และบอกว่า “นี่คือโพสต์ดีๆจากหนึ่งในที่ปรึกษาของเรา” มันก็ดูดีใช่มั้ยล่ะครับ ทั้งหมดนั้นก็คือการที่เราทำให้เป็นธรรมชาติและเป็นเรื่องราวของ traffic จากลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องการส่งเมล์ขยะครับ น่าเศร้าครับถ้าคุณยังได้รับเมล์เหล่านี้ ผมมีเรื่องตลกๆจะเล่าให้ฟังครับ มีครั้งหนึ่งผมได้รับเมล์มาจากคนที่ผมจ้างให้ประชาสัมพันธ์เองด้วยครับ คุณอาจจะรู้ครับว่าเราใช้การประชาสัมพันธ์ซึ่งปกติแล้วเราจะจ้างบริษัทมาทำ งานเหล่านี้ ตอนนั้นเป็นบริษัทใน Seattle ชื่อว่า Barokas และพวกเขาก็ทำงานให้เราในภาคของการประชาสัมพันธ์ทั้งหลาย พวกเขาสามารถเข้าถึงบุคคลบางกลุ่มได้ครับ แต่ที่ตลกที่สุดคือเราได้รับการตอบรับทั้งหมด 2 บริษัทครับ ผมจะไม่บอกชื่อนะครับเพราะว่าผมไม่แน่ใจว่า ทาง Barokas จะโกรธรึเปล่าถ้าผมเอ่ยชื่อออกไป แต่ 2 บริษัทนั้นเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำงานเกี่ยวกับสื่ออยู่แล้วซึ่งผมมั่นใจ ได้เลยว่าคุณจะต้องเคยได้ยินแน่นอน ถ้าคุณอยู่ในอเมริกา ซึ่งเค้าตอบกลับมาว่า “เราไม่เขียนข่าวเกี่ยวกับบริษัท SEO ครับ” โอเคครับ ไม่ต้องเขียนเกี่ยวกับบริษัท SEO ก็ได้

ผมคิดว่า ผมค่อนข้างมั่นใจครับว่าเหตุผลก็คือ พวกเขาอาจจะได้รับอีเมล์มากมายประมาณว่า “โอ้! ช่วยเขียนข่าวเกี่ยวกับบริษัท SEO นี้หน่อยครับ ชื่อว่า SEO…. ” ทำให้พวกเขาอาจจะคุ้นชินกับเมล์คุณภาพต่ำเหล่านี้ครับ ดังนั้นหนทางใหม่ที่มาแทนการส่งเมล์ขยะก็คือ การแชร์ไปยังสังคมออนไลน์ครับ ผมแชร์เรื่องต่างๆออกไปยังสังคม โดยหวังว่าข้อความเหล่านั้นจะถูกขยายต่อจากคนสู่คนและจะเพิ่มความมีชีวิตของ ลิงค์ได้ ผมจะได้รับลิงค์มาโดยการแชร์มันออกไปทางสังคม ผ่านทางเครือข่ายของผมรวมทั้งผ่านทางสังคมออนไลน์หลายๆที่ ผู้คนก็จะเห็นมันและไม่แน่ว่าอาจจะทำลิงค์มาให้ผมด้วยถ้าหากว่าเรื่องนั้น เกี่ยวข้องกับเขาและมันน่าสนใจ

ต่อมาคือการซื้อลิงค์กันตรงๆเลยครับ , แน่นอนครับ มันค่อนข้างโง่มาก อย่าทำเด็ดขาดครับ คุณไม่ควรจะทำแบบนี้ตั้งแต่หลายปีที่แล้วล่ะครับ มันเป็นเรื่องที่ไม่ work มานานแล้ว แต่ผมคิดว่าทางใหม่ที่จะทำแบบนี้คือการได้รับลิงค์มาตรงๆจากเนื้อหาครับ คุณจะสามารถได้รับลิงค์ตรงๆ ตรงมากๆเลยด้วย ถ้าหากคุณสร้างเนื้อหาซึ่งคุณรู้ว่ามีคนที่อยากจะแชร์ อยากจะลิงค์มา อยากจะฝังลิงค์ อยากจะเขียนถึงหรืออยากจะใส่รวมไว้ในสื่อหรืองานวิจัยของเขา หรือกระทั่งอะไรก็ตามซึ่งพูดถึงสิ่งดีๆเกี่ยวกับพวกเขาครับ แน่นอนครับมันเหมือนกับเป็นการขอบคุณ ซึ่งทั้งหมดนั่นก็คือการที่เราจะสามารถได้รับลิงค์ตรงๆจากเนื้อหา ซึ่งมันก็จะมาแทนการซื้อลิงค์ตรงๆด้วยเงิน

การส่งเว็บไปยัง directory เอาล่ะครับ นั่นก็ดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไรแล้วครับในตอนนี้และเมื่อมี penguin มาก็ทำให้สถานการณ์นั้นแย่ไปกว่าเดิมอีกครับ มันมีการสัมภาษณ์ที่น่าสนใจอยู่ครับ ซึ่งคุณจะหาอ่านได้ที่ inbound.org ซึ่งเป็นเว็บของสมาชิกเก่าของทีม Webspam ซึ่งเป็นทีมที่ Matt Cutts เป็นหัวหน้าอยู่ที่ Google ครับ ตอนนี้เค้าไปอยู่ที่ Australia แล้ว และกำลังทำงานในเว็บไซต์ใหม่ เป็น project ใหม่ของเค้า มันมีการสัมภาษณ์เค้า ซึ่งเป็นถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ และเค้าบอกว่า “ใช่ ครับ คุณรู้นี่ครับว่ามันเป็นความจริงที่ว่า directory นั้นได้ตายไปทั้งหมดแล้ว แต่มันมีเรื่องของ curated list (คำนี้มีอธิบายทีหลังครับ) ซึ่งจะต้องมีใครสักคนที่คอยดูแลมันอยู่เสมอๆ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆอยู่ครับ

ผมก็เห็นด้วยครับ ถ้าคุณจะสามารถติดอยู่ใน curated list เหล่านี้ ลองนึกแบบนี้ครับ มันอาจจะเป็น รายชื่อของ 500 บริษัทที่โตเร็วที่สุดในอเมริกาหรือรายชื่อบริษัท Business Bureau ในพื้นที่ของคุณหรือรายชื่อร้านอาหารไทยใน Seattle ของ Yelp สิ่งเหล่านี้แหละครับที่เรียกว่า curated list ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีครับหากจะมีชื่อของเราไปติดอันดับในนั้น

เรื่องของเว็บรวมบทความและการตลาดผ่านบทความ เรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วครับ แต่มันก็ใช้ได้ผลบ้างในบางกรณี ต้องบอกว่า มันได้ผลอย่างดีมากมาสักพักด้วยล่ะครับ แต่ตอนนี้มันเริ่มส่งผลเสียเหมือนกับหลายๆเทคนิคของการสร้างลิงค์แล้วล่ะ ครับ ผมคิดว่าวิธีในการได้รับลิงค์ที่ดีกว่าคือการทำยังไงก็ได้ให้ได้ลิงค์จาก โพสต์ของผู้เยี่ยมชมบนเว็บไซต์ที่จุกจิก นี่สำคัญครับ ที่ผมบอกว่า จุกจิกนั่นก็คือ เว็บที่ใส่ใจมากๆ เกี่ยวกับลิงค์ที่ถูกโพสต์ไว้บนเว็บของเขาซึ่งตรงข้ามกับพวกที่ปล่อยให้มี ลิงค์ต่างๆวิ่งพล่านอยู่ในโพสต์หรือบทความของเค้า ซึ่งอย่างหลังนี่ถือเป็นช่องทางของพวกทำการตลาดบทความครับ ซึ่งถือว่าอันตรายมากๆ เพราะพวกเขาโดน Panda โจมตีก่อน แล้วตามมาด้วย Penguin อีกระลอกหนึ่งครับ คุณคงไม่อยากที่จะเวียนหัวไปกับเรื่องเหล่านี้ครับ แต่ถ้าคุณสามารถทำให้ลิงค์ของคุณเฉิดฉายได้บนเว็บหรือบล๊อกที่จุกจิกได้ล่ะ ก็ สิ่งที่สวยงามก็คือลิงค์จากบล็อกเจ๋งๆหรือเว็บข่าวสารในวงการของคุณนั้นมี ค่าเป็นร้อยเท่าหรืออาจจะเป็นพันเท่าเลยก็ได้ครับเมื่อเทียบกับลิงค์ขยะ เหล่านี้

มันมีวิธีการที่ล้าสมัย เป็นวิธีที่ล้าสมัยมากๆในการสร้างลิงค์ คือการปล่อยลิงค์ไว้บน guestbook, webboard, comment, blog หรือ ลิงค์ do follow ต่างๆครับ ทุกวันนี้คุณก็จะเห็นผลของมันได้อย่างชัดเจนครับ แน่นอนว่ามันไม่ดีเลย ผมคิดว่าแนวทางใหม่ก็คือการมีส่วนร่วมอยู่ในชุมชนซึ่งมีผู้คนอยู่จริงๆและมี ปฏิสัมพันธ์ต่อกัน มีสมาชิกอยู่มากมาย ซึ่งกรณีแบบนี้ สมาชิกของเครือข่ายหรือสังคมเหล่านี้ก็จะสามารถสังเกตเห็นคุณและทำลิงค์มาหา คุณอย่างเป็นธรรมชาติ พวกเขาจะเห็นสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาครับ อาจจะเป็นลักษณะเช่น “โอ้! คนที่ชื่อ Randfish นี่น่าสนใจจริง ผมจะตามไปดูเนื้อหาของเค้าหน่อยละกัน , โอ้ ! เนื้อหาของเขาก็น่าสนใจเหมือนกัน ผมจะใช้มันหรือผมอาจจะอ้างถึงหรือเขียนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับมันแล้วก็ใส่ ข้อความอ้างอิงไว้ หรืออาจจะกล่าวถึงอะไรบางอย่างที่เขาเคยได้ทำในอดีต” มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมจริงๆครับ แต่คุณจะต้องมีส่วนร่วมจริงๆในเว็บนั้นไม่งั้นเค้าก็จะหาว่าคุณกำลัง Spam และที่สำคัญเนื้อหาต่างๆของคุณก็จะต้องเยี่ยมด้วยครับไม่งั้นคุณก็คงไม่ได้ รับลิงค์ดีๆมาแน่นอน

การขุดหาลิงค์ที่คู่แข่งมีอยู่ ผมจะไม่บอกว่า ให้เลิกทำสิ่งเหล่านี้นะครับ ผมคิดว่ามันยังเป็นสิ่งที่มีค่าอยู่แต่ถ้าคุณเอาแต่สืบหาลิงค์จากคู่แข่งและ พยายามทำทุกอย่างในการได้ลิงค์เหล่านี้มาบ้าง หลายๆครั้งโดยเฉพาะในวงการที่เล่น SEO กันอย่างหนักๆ คุณก็จะเจอแต่พวกเว็บ article, เว็บเครือข่ายหรือการแลกลิงค์กันเอง ซึ่งหลายๆคนก็มีลิงค์เหล่านี้กันหมดแล้วครับตั้งแต่สมัยก่อนนู้นที่ใครๆก็ทำ กันเพื่อหาลิงค์ให้ได้มากที่สุด

ในตอนนี้ ผมอยากจะแนะนำให้ลองใช้ Open Site Explorer หรือ Topsy และดูว่า เนื้อหาอะไรในเว็บของเขาที่ได้รับลิงค์มากที่สุดจากเว็บคู่แข่งหรือใครก็ได้ ที่อยู่ในวงการของผม ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจคาบเกี่ยวกันกับผมก็ได้ครับ หรือผมอาจจะดูจาก Topsy และดูว่า อะไรคือเนื้อหาที่ถูกแชร์ในสังคมออนไลน์มากที่สุด อะไรที่เป็นประเด็นร้อนแรงในเว็บนี้ บล็อกนี้ ผู้นำในตลาดนี้ และพยายามทำให้ดีกว่าเค้าครับ มันสุดยอดจริงๆครับ เวลาคุณทำแบบนี้ผมคิดว่ามันค่อนข้างจะคุ้มค่ามากจริงๆครับ

มันเคยมีแนวทางปฏิบัติซึ่งผู้คนพยายามสร้างเครือข่ายเว็บไซต์ส่วนตัวซึ่ง บางครั้งอาจจะเรียกว่าการทำ link farm หรือการสร้างเครือข่ายสาธารณะซึ่งอาจจะถูกเรียกว่าลิงค์วงแหวน,link circus หรือ blog carnival ผมยังจำเว็บ blog carnival ได้อยู่ครับ ซึ่งไม่ได้เป็น spam โดยตรงแต่มันถูกนำไปใช้ spam ในทาง SEO อยู่บ่อยๆ วิธีการใหม่ที่จะทำสิ่งเหล่านี้คือการสร้างสังคมออนไลน์ซึ่งจะต้องมีผู้ที่ มีอิทธิพลซึ่งสามารถลิงค์มาหาคุณได้ ผมใช้ชื่อว่า linkerati ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีเว็บไซต์และผู้ที่มีตัวตนใน twitter, Google+ , Facebook ซึ่งมีอิทธิพลต่อผู้อื่น นั่นจะทำให้ผู้คนให้ความสำคัญมายังคุณ ถ้าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ คุณก็จะประสบความสำเร็จมากกว่าแนวทางที่คุณทำอยู่ในปัจจุบัน

ผมไม่ได้บอกว่าเทคนิคการสร้างลิงค์ต่างๆนั้นไม่ได้ผลแล้วนะครับ มันยังมีบางแนวทางที่ยังได้ผลอยู่ ผมหมายถึงเรื่องของ directory ครับ มันยังมีเรื่องของ curated list ซึ่งได้ผลอยู่ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว Google นั้นกำลังพยายามหยุดยั้งการสร้างลิงค์และทำให้การได้รับลิงค์นั้นกลับมาใช้ได้อีกครั้ง นั่นแหละครับคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงเห็นนัก SEO ทั้งหลายกำลังเข้าหาการทำตลาดจากเนื้อหา และผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะรุกหนักเรื่อยๆในช่วง 6 – 12 เดือนข้างหน้า ดังนั้นถ้าคุณรีบเร่งทำในตอนนี้ คุณก็อาจจะได้อันดับที่ดีในปีหน้าก็เป็นได้

เอาล่ะครับทุกคน ผมหวังว่าคุณจะมีความสุขกับรายการของเราในวันนี้ ผมกันใหม่สัปดาห์หน้า ดูแลสุขภาพกันด้วยครับ สวัสดีครับ

อยากดูต้นฉบับ ติดตามต่อได้ที่ http://www.seomoz.org/blog/the-death-of-link-building-and-the-rebirth-of-link-earning-whiteboard-friday

บ่อยครั้งครับเวลาที่ผมทำ project หา keyword ให้กับลูกค้า แล้วเค้าถามเกี่ยวกับ keyword ที่ผมอาจจะไม่ได้สนใจ หรืออาจจะอยากรู้ว่าว่ามีการแข่งขันกันใน keyword ขนาดไหนบ้าง มันบ่อยจนผมอยากจะขอบอกหลายๆคนไว้ในที่นี้เลยว่า ถึงแม้ว่าการหา keyword ในเชิง SEO และเชิง PPC จะพอจูงมือกันไปได้ แต่จริงๆแล้วมันค่อนข้างแตกต่างกันเยอะครับ

ก่อนอื่น คุณต้องคิดถึงเป้าหมายของคุณในแต่ละแนวทาง ดูว่าคุณกำลังพยายามจะทำอะไร และอะไรที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในแนวทางนั้นๆ จากนั้นคิดว่า แต่ละ keyword จะถูกใช้งานอย่างไร ที่ไหน เมื่อไร และบ่อยแค่ไหน
สุดท้าย พิจารณาว่าขอบเขตของความผิดพลาดของคุณอยู่ที่ไหน ถ้าคุณไม่ได้ keyword ตามต้องการ แล้วผลเสียที่ตามมาคืออะไร

ppc vs seo

แล้วคุณจะต้องทำอะไร

ในทาง SEO เป้าหมายของคุณคือการเข้าใจถึงลักษณะของ keyword ในหัวข้อนั้นๆ ดูว่าคนส่วนใหญ่ใช้ keyword อะไรในการ search, keyword นั้นบอกเราว่าพวกเขาต้องการอะไร และเราจะเรียนรู้อะไรหากจะลองมอง keyword ที่มุมมองที่กว้างออกไป

สำหรับในทาง PPC นั้น เป้าหมายของคุณจะเป็นการหา keyword ที่คุณสามารถเข้าไปร่วมประมูลได้, ดูว่าkeyword ไหนที่จะทำเงินให้คุณมากที่สุดสำหรับการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายต่อคลิกเช่นนี้

คุณจะต้องมองหา keyword ที่นำไปสู่การซื้อสินค้าของคุณ (หรือเป้าหมายอื่นๆ) ซึ่งนั่นจะต้องอยู่ในหมวดหมู่ที่คุณสามารถทำกำไรได้ และคุณไม่สามารถทำอันดับให้ดีได้ง่ายๆโดยใช้วิธี SEO พื้นฐาน

มาดูความแตกต่างกันต่อครับ

มาเริ่มที่ PPC กันก่อนครับ คุณจะต้องใช้ keyword ใน campaign, ad group, ad copy และ landing page ของคุณ ซึ่งทั้งหมดนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์กันมากๆ เพื่อที่ว่าค่า Quality Score จะได้สูงๆ (ซึ่งนั่นก็เป็นผลดี) เท่านี้ก็มากพอแล้วครับสำหรับแนวทางการใช้ keywords ในทาง PPC

สำหรับส่วนของ SEO นั้น คุณจะเริ่มต้นจากการใช้ keywords เหล่านี้เป็นพื้นฐานในการทำทุกอย่าง ถ้าจะให้ดีแล้ว คุณจะต้องดูว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณกับ keyword นั้นสอดคล้องกันหรือไม่ หาความแตกต่างระหว่างกัน และตัดสินใจว่าคุณจะเพิ่มเนื้อหาในเว็บของคุณเพื่อลดความแตกต่างเหล่านั้น หรือไม่

คุณจะต้องเจาะจง keyword ที่คุณสนใจ 1 หรือ 2 keyword สำหรับแต่ละหน้าในเว็บไซต์ของคุณ และปรับแต่งส่วนของ meta tags, title , เนื้อหาเพื่อให้ตรงกับ keyword ที่คุณต้องการ คุณอาจจะใช้ keyword เหล่านี้ในการติดตามดูอันดับของคุณก็ได้ครับ ผมมีภาพๆหนึ่งมาให้ดู คิดว่าคงจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นครับ

margin-for-error

เข้าใจเรื่องของขอบเขตของความผิดพลาดสำหรับ SEO & PPC

(อธิบายเพิ่มเติมเรื่อง ขอบเขตของความผิดพลาด (margin of error) นะครับ มันหมายถึงขอบเขตที่จะรองรับความผิดพลาดของเราได้ นั่นคือ ถ้าขอบเขตกว้าง สิ่งที่เราทำผิดพลาด ก็จะไม่ส่งผลเสียอะไร แต่ถ้าขอบเขตมันแคบ ก็จะส่งผลเสียได้ง่ายครับ)

ในทาง SEO นั้น ขอบเขตของความผิดพลาดนั้นถือว่ากว้างมาก นั่นคือถ้าคุณเลือกใช้ keyword ในทางที่อาจจะไม่เหมาะสำหรับคุณ คุณก็แค่ปรับแต่งมันและลองใหม่ ในบางครั้งคุณอาจจะพบว่าคุณติดอันดับหรือได้ traffic มาจาก keyword ที่คุณคาดไม่ถึง ซึ่งนั่นก็เป็น bonus และคุณสามารถนำ keyword เหล่านี้ มาใช้งานได้เท่าที่จำเป็นครับ

คุณอาจจะต้องการที่จะอัพเดท keyword ของคุณเป็นครั้งคราวเพื่อให้ดูว่าไม่ได้มี technology, สินค้า หรืออัพเดทอะไรใหม่ๆ นับตั้งแต่คุณทำการเลือกใช้ keyword ในตอนแรก
เนื่องจากว่าวิธีทาง SEO ไม่ได้คิดเงินคุณในทุกๆ keyword ดังนั้นคุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหลบเลี่ยง keyword ที่มีการแข่งขันสูงที่คุณอาจจะสู้ไม่ไหว มันไม่ได้ส่งผลอะไรต่อคุณในการที่จะแข่งขันใน keyword เหล่านี้ และนอกจากนี้มันยังช่วยให้คุณสามารถทำอันดับใน keyword อื่นๆที่ยาวกว่า ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

บวกกับ ประสบการณ์โดยตรงในด้านผู้ใช้งาน มันยังทำให้เว็บของคุณดูเรียบร้อยขึ้นอีกด้วย เพราะหากคุณไม่ใช่ title ยาวๆ เช่น Wedding Accessories for Dog Ring Bearers คุณอาจจะใช้แค่ Wedding Accessories หรือคำอื่นที่ specific ขึ้นแต่มีการค้นหาที่ยังเยอะอยู่เช่น Ring Bearer Pillows มันสำคัญครับในการที่จะปรับระดับความลึกของ keyword ให้สอดคล้องกับเว็บของคุณ โดยในหน้าหลักๆของเว็บใช้ keyword ที่กว้างและค่อยๆเจาะจงมากขึ้นในหมวดหมู่ย่อยต่างๆ

แต่ในทางตรงข้าม ขอบเขตความผิดพลาดสำหรับ PPC นั้นค่อนข้างแคบ ทุกความผิดพลาดทำให้คุณเสียเงิน ทุกๆ keyword ที่คุณร่วมประมูลนั่นคือการเข้าร่วมแข่งขันด้านการเงินโดยตรงกับเว็บอื่นๆ  คุณจะต้องทำการตรวจสอบ keyword ของคุณแต่ละ keyword อย่างละเอียดถี่ถ้วน ตัด keyword ที่ใช้ไม่ได้ออกไป ลองพยายามหา keyword ใหม่ๆ โดยที่ตาของคุณข้างหนึ่งดูที่ราคาต่อคลิกและอีกข้างอยู่ที่ค่า Quality Score

คุณจะต้องแน่ใจว่า keyword ของคุณนั้นถูกแบ่งไว้เป็นหมวดหมู่อย่างเหมาะสม, คำโฆษณาของคุณนั้นสามารถโฆษณาได้จริงๆอย่างที่มันจะสามารถทำได้ และ ad group ของคุณสามารถขยายไปสู่ landing page และแนวทางที่ keyword จะถูกใช้งานได้เป็นอย่างดี  สิ่งเหล่านี้จะต้องพิถีพิถันและถูกคำนวณมาอย่างดี

ดังนั้นในครั้งหน้าหากคุณกำลังจะถามที่ปรึกษาด้าน SEO ของคุณว่า ทำไมถึงไม่รวมข้อมูลเกี่ยวกับ  competition metric ไว้ในรายชื่อ SEO keyword หรือกระทั่งว่าทำไม หมวดหมู่ของ PPC ถึงได้มาจาก keyword มากกว่าเรื่องของความสนใจ ขอให้คุณนึกถึงความแตกต่างระหว่าง 2 วิธีการนี้ และระลึกไว้เสมอว่า ถึงแม้ข้อมูลต่างๆจะมีอยู่มากมาย แต่มันก็ไม่ได้เป็นประโยชน์เสมอไปในทุกๆกรณี

ตามไปอ่านต้นฉบับได้ที่ http://searchengineland.com/the-difference-in-keyword-research-for-seo-vs-ppc-131186

ดาวน์โหลดโปรแกรม Firefox รายละเอียด : เป็นโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ที่มีการอัพเดทอยู่อย่างสม่ำเสมอ โปรแกรมนี้นับว่าเป็นบราวเซอร์ TOP3 ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด จุดเด่นของโปรแกรมอยู่ที่ความเร็วในการใช้งาน ปลั๊กอินเสริมความสามารถที่มีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย และธีมที่มีให้เลือกโหลดกันอย่างจุใจ แถมยังสามารถรองรับมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ๆ ได้อย่างครบถ้วน สำหรับเวอร์ชั่นล่าสุดที่เพิ่งออกมาวันนี้ก็มีการเพิ่มความสามารถสำคัญอย่าง Social API ซึ่งเป็นความสามารถในการรองรับ Facebook และระบบแชทบน Facebook ได้ในตัว, ปรับปรุงระบบความปลอดภัยในการใช้งานปลั๊กอิน, อัพเดทระบบการใช้งาน Awesome Bar, นอกนั้นก็จะเป็นการรองรับฟังก์ชั่นต่างๆ สำหรับนักพัฒนาเว็บและแก้ไขบั๊กต่างๆ

Mozilla Firefox is a fast, full-featured Web browser. Firefox includes pop-up blocking, tab-browsing, integrated Google search, simplified privacy controls, a streamlined browser window that shows you more of the page than any other browser and a number of additional features that work with you to help you get the most out of your time online.

What's new in this version

- First revision of the Social API and support for Facebook Messenger
- Click-to-play blocklisting implemented to prevent vulnerable plugin versions from running without the user's permission (see blog post)
- Updated Awesome Bar experience with larger icons
- Mac OS X 10.5 is no longer supported
- JavaScript Maps and Sets are now iterable
- SVG FillPaint and StrokePaint implemented
- Improvements that make the Web Console, Debugger and Developer Toolbar faster and easier to use
- New Markup panel in the Page Inspector allows easy editing of the DOM
- Sandbox attribute for iframes implemented, enabling increased security
- Over twenty performance improvements, including fixes around the New Tab page
- Pointer lock doesn't work in web apps (769150)
- Page scrolling on sites with fixed headers (780345)

ดาวน์โหลดโปรแกรม

firefox
ตามไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่เว็บของ Firefox ได้เลยครับ คลิกเบาๆที่รูปเลย